Download ข้อสอบ วิทย์ ม.3 เล่ม 1.pdf PDF

Titleข้อสอบ วิทย์ ม.3 เล่ม 1.pdf
File Size2.4 MB
Total Pages40
Document Text Contents
Page 1

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

โค



าร

ูร

าก
าร











ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ

ชุดที่

ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด

มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ

พฤติกรรม
การคิด

ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด

รวม

1

ว 1.2

1 1 - 4 A ความรู ความจํา 3, 9, 11, 20 - 21, 33 - 34 7
2 5 - 8 B ความเขาใจ 4 - 7, 22, 26, 32, 35, 40 9
3 9 - 10 C การนําไปใช 8, 10 2
4 31 - 36 D การวิเคราะห 1 - 2, 12 - 13, 15 - 18, 23 - 25, 27 - 31,

36 - 39
20

5 37 - 39 E การสังเคราะห 14 1
6 40 F การประเมินคา 19 1

ว 2.1

1 11 - 14

2 15 - 18

3 19

4 20

ว 2.2

1 21 - 24

2 25

3 26 - 27

4 28

5 29

6 30

แบบทดสอบอิงมาตรฐาน

เนนการคิด
การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน มีจุดมุงหมายเพื่อใหผูเรียนอานออก เขียนได คิดคํานวณเปน มุงใหเกิดทักษะการเรียนรูตลอดชีวิต

เตรียมตัวเปนพลเมืองที่มีคุณภาพ และมีความสามารถในการแขงขันไดในอนาคต การจัดการเรียนรูที่สอดคลองกับจุดมุงหมายดังกลาว

จึงควรใหผูเรียนฝกฝนการนําความรูไปประยุกตใชในชีวิตจริง สามารถคิดวิเคราะหและแกปญหาได ดังนั้นเพื่อเปนการเตรียมความพรอม

ของผูเรียน ทางโครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด จึงไดจัดทําแบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด

โดยดําเนินการวิเคราะหสาระการเรียนรูที่สําคัญตามที่ระบุไวในมาตรฐานและตัวชี้วัดชั้นป แลวนํามากําหนดเปนระดับพฤติกรรมการคิด

เพื่อสรางแบบทดสอบที่มีคุณสมบัติ ดังน�้

แบบทดสอบอิงมาตรฐาน เนนการคิด ที่จัดทําโดย โครงการวัดและประเมินผล บริษัท อักษรเจริญทัศน อจท. จํากัด ประกอบดวย

แบบทดสอบ 3 ชุด แตละชุดมีทั้งแบบทดสอบปรนัย และแบบทดสอบอัตนัย โดยวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด และระดับพฤติกรรมการคิด

ที่สัมพันธกับแบบทดสอบไวอยางชัดเจน เพื่อใหผูสอนนําไปใชเปนเครื่องมือวัดและประเมินผลผูเรียนไดอยางมีประสิทธิภาพ

สอดคลองกับมาตรฐาน
ตัวชี้วัดชั้นปทุกขอ

ตามระดับพฤติกรรมการคิด
ที่ระบุไวในตัวชี้วัด

วัดผลการเรียนรู เนนใหผูเรียนเกิดการคิด1 2
ผูสอนสามารถนําแบบทดสอบน�้ไปใชเปนเครื่องมือวัด
และประเมินผล รวมทั้งเปนเครื่องบงชี้ความสําเร็จและรายงาน
คุณภาพของผูเรียนแตละคน เพื่อเปนการเตรียมความพรอม
ของนักเรียนใหมีความสามารถในดานการใชภาษา ดานการ
คดิคาํนวณ และดานเหตผุล สาํหรบัรองรบัการประเมนิผลผูเรียน
ในระดับประเทศ (O-NET) และระดับนานาชาติ (PISA) ตอไป

หมายเหตุ : มีเฉลยและคําอธิบายเชิงวิเคราะห อยูทายแบบทดสอบชุดที่ 3

(1)

Page 2

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

โค



าร

ูร

าก
าร











ตารางวิเคราะหแบบทดสอบ

ชุดที่

ตารางวิเคราะหมาตรฐานตัวชี้วัด ตารางวิเคราะหระดับพฤติกรรมการคิด

มาตรฐาน ตัวชี้วัด ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับตัวชี้วัด
ระดับ

พฤติกรรม
การคิด

ขอของแบบทดสอบที่สัมพันธกับ
ระดับพฤติกรรมการคิด

รวม

2

ว 1.2

1 1 - 2 A ความรู ความจํา 1 - 2, 10, 21, 31, 33 - 34 7

2 3 - 9 B ความเขาใจ 3, 7, 28, 32, 37 - 39 7

3 10 C การนําไปใช 30 1

4 31 - 36 D การวิเคราะห 4 - 6, 8 - 9, 11 - 13, 15 - 17, 19 - 20,
22 - 27, 29, 35, - 36, 40

23

5 37 - 38 E การสังเคราะห 14 1

6 39 - 40 F การประเมินคา 18 1

ว 2.1

1 11 - 13

2 14 - 17

3 18

4 19-20

ว 2.2

1 21 - 24

2 25

3 26 - 27

4 28

5 29

6 30

3

ว 1.2

1 1 - 2 A ความรู ความจํา 1 - 3, 21, 33 - 35, 39 8

2 3 - 7 B ความเขาใจ 4, 8 - 10, 13, 17, 19 - 20, 29, 32, 37 - 38 12

3 8-10 C การนําไปใช 30 1

4 31 - 37 D การวิเคราะห 5 - 6, 11 - 12, 15 - 16, 18, 22 - 28, 31,
36, 40

17

5 38 E การสังเคราะห 14 1

6 39-40 F การประเมินคา 7 1

ว 2.1

1 11 - 13

2 14 - 16, 18

3 17

4 19-20

ว 2.2

1 21 - 24

2 25

3 26 - 27

4 28

5 29

6 30

(2)

Page 20

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

โค



าร

ูร

าก
าร











1. ตอบ ขอ 2. ในขณะทีเ่ซลลยงัไมมกีารแบงเซลล จะเหน็เสนใยเลก็ๆ เรยีกวา โครมาทนิ (chromatin) แตเมือ่มกีารแบงเซลล
เกดิขึน้ เสนโครมาทนิจะหดตวัสัน้มลีกัษณะเปนแทง เรยีกวา โครโมโซม (chromosome) ซึง่นกัวทิยาศาสตร

มักจะศึกษาลักษณะของโครโมโซมในขณะที่มีการแบงเซลล เนื่องจากจะเห็นโครโมโซมไดชัดเจน

2. ตอบ ขอ 4. โครโมโซมมีขนาดเล็กมากจนไมสามารถมองเห็นไดดวยตาเปลา ดังนั้นการศึกษาเกี่ยวกับโครโมโซมจึงตอง
อาศัยกลองจุลทรรศน

3. ตอบ ขอ 2. มนุษยมีโครโมโซม 46 แทง หรือ 23 คู ซึ่งเปนออโตโซม 22 คู และเปนโครโมโซมเพศ 1 คู โดยเพศหญิง
มีโครโมโซมเพศเปน XX สวนเพศชายมีโครโมโซมเพศเปน XY

4. ตอบ ขอ 2. โครโมโซมเปนที่อยูของหนวยพันธุกรรม ที่ทําหนาที่ควบคุมและถายทอดลักษณะทางพันธุกรรมตางๆ ของ
สิ่งมีชีวิต ซึ่งสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวกันจะมีจํานวนโครโมโซมเทากัน โครโมโซมมีลักษณะเปนแทงประกอบดวย

แขน 2 ขาง ที่มีจุดเชื่อมตอกัน เรียกวา เซนโทรเมียร ซึ่งตําแหนงจุดเชื่อมตอที่ตางกัน ทําใหโครโมโซม

มีรูปรางหลายแบบ

5. ตอบ ขอ 1. ลกัษณะทางพนัธกุรรมเปนลกัษณะทีส่ามารถถายทอดจากรุนสูรุนผานทางเซลลสืบพนัธุของพอและแม เชน
การมีลักยิ้ม ติ่งหู หรือแมแตการหอล้ิน อยางไรก็ตาม ใชวาทุกลักษณะของส่ิงมีชีวิตจะเปนลักษณะทาง

พันธุกรรม เพราะบางลักษณะอาจเกิดจากสภาพแวดลอม เชน รอยแผลเปน เปนตน

6. ตอบ ขอ 2. ความแปรผนัทางพนัธกุรรมแบบตอเน่ือง เปนลักษณะที่ไดรับอิทธพิลจากส่ิงแวดลอม ลักษณะทางพนัธกุรรม
จะไมสามารถแยกความแตกตางไดชัดเจน เชน ความสูงของคน ถาไดรับสารอาหารถูกตองตามหลัก

โภชนาการ และมีการออกกําลังกายสมํ่าเสมอ ก็จะทําใหมีรางกายสูงไดแมพอแมจะไมสูงก็ตาม

7. ตอบ ขอ 4. ฮีโมฟเลียเปนโรคทางพันธุกรรมที่มียีนดอยอยูบนโครโมโซม X ถาชายคนหน่ึงเปนโรคฮีโมฟเลีย จะมียีน
แบบ X Y สวนหญิงที่ปกติและไมเปนพาหะของโรค จะมียีนแบบ X X

8. ตอบ ขอ 3. ลกูจะมดีเีอ็นบางสวนเหมอืนพอ และบางสวนเหมอืนแม ซึง่ไดรับมาจากการถายทอดลักษณะทางพนัธกุรรม
ดังนั้น การตรวจดีเอ็นเอจึงสามารถระบุความสัมพันธของแมลูกได และยังสามารถใชตรวจพิสูจนหลักฐาน

ทางนิติเวชศาสตรไดอีกดวย

9. ตอบ ขอ 1. ความผิดปกติของออโตโซม คือ ความผิดปกติของโครโมโซมรางกายนั่นเอง โดยแบงออกเปน 2 ลักษณะ
คอื การเพิม่ของโครโมโซมและการขาดหายไปของโครโมโซม ซึง่ตวัเลือกที ่1. กลุมอาการคริดชูาต เกดิจาก

สวนของแขนขางสั้นของโคโมโซมคูที่ 5 หายไป 1 โครโมโซม สวนตัวเลือกที่ 2. - 4. เปนกลุมอาการที่เกิด

จากความผิดปกติของโครโมโซมเพศ

10. ตอบ ขอ 1. ความรูเกี่ยวกับโรคทางพันธุกรรมมีประโยชนอยางมากในการวางแผนครอบครัว ซึ่งหากคูสามีภรรยาคิดจะ
มบีตุร กค็วรตรวจรางกายวาตนเองเปนโรคทางพนัธกุรรมหรือเปนพาหะของโรคหรือไม เพราะยนีทีค่วบคุม

ลกัษณะของโรคจะสามารถถายทอดไปยงัลกูได ซึง่หากตรวจพบวามคีวามเสีย่งกค็วรหาวธิกีารปองกนัแกไข

เนื่องจากโรคทางพันธุกรรมบางโรคจะสงผลตอการดํารงชีวิตของบุคคลเปนอยางมาก

ตอนที่ 1

ชุดที ่1เฉลยแบบทดสอบ

(20)

Page 21

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

โค



าร

ูร

าก
าร











11. ตอบ ขอ 4. โครงสรางของระบบนิเวศประกอบดวยกลุมสิ่งมีชีวิต แหลงที่อยู และสิ่งแวดลอม

12. ตอบ ขอ 3. ทั้งมอส ชวนชม และสาหรายหางกระรอกเปนผูผลิตในระบบนิเวศ สวนเห็ดนางฟาเปนผูยอยสลาย

13. ตอบ ขอ 3. เนื่องจากสิ่งมีชีวิตตางๆ ที่กําหนดให มีความสัมพันธกัน ดังนี้

สิ่งมีชีวิต ลักษณะความสัมพันธ

ดอกไมกับแมลง ไดประโยชนรวมกัน

ไลเคน พึ่งพา

นกเอี้ยงกับควาย ไดประโยชนรวมกัน

พลูดางกับตนไมใหญ อิงอาศัย

ฉลามกับเหาฉลาม อิงอาศัย

กลวยไมกับตนมะมวง อิงอาศัย

เสือกับกวาง การลาเหยื่อ

เสือกับสิงโตที่ลาเหยื่อตัวเดียวกัน แกงแยง

14. ตอบ ขอ 2. โซอาหารเปนความสัมพันธของส่ิงมีชีวิตในระบบนิเวศที่มีการกินตอกันเปนทอดๆ และมักเริ่มตนดวย
ผูผลติเสมอ ซึง่การเขยีนโซอาหารนยิมใหผูถกูกนิหรือเหยือ่อยูทางซายมอื และผูกนิหรือผูลาอยูทางขวามอื

โดยมีลูกศรอยูระหวางผูลาและเหยื่อ สวนหัวลูกศรจะชี้ไปทางผูกินหรือผูลาเสมอ ดังนั้น จึงเขียนโซอาหาร

ไดดังนี้ หญา หนอน นก งู

15. ตอบ ขอ 2. การถายทอดพลังงานในโซอาหารแตละลําดับขั้น จะมีพลังงานเพียง 10% เทานั้น ที่สิ่งมีชีวิตจะนําไปสราง
เปนเนื้อเยื่อได สวนอีก 90% จะสลายไปในรูปของพลังงานอื่นๆ หากกําหนดใหขาวเปลือก 2,500 เมล็ด

เปรียบไดกับพลังงาน 100% ดังนั้น พลังงานที่ไกตัวนี้สามารถนําไปสรางเปนเนื้อเยื่อได จะมีคาเทากับ

2,500 × (10/100) = 250 เมล็ด

16. ตอบ ขอ 3. จากโซอาหารทีก่าํหนดให ทาํใหทราบวาหนอนเปนอาหารของไก ซึง่เมือ่พจิารณาจากกราฟ พบวาชวงเวลา
ที่หนอนมีปริมาณนอยที่สุด คือ ชวง C ถึง D

17. ตอบ ขอ 1. ผูผลิตเปนจุดเริ่มตนของพลังงานในระบบนิเวศ การเขียนโซอาหารและสายใยอาหาร มักเร่ิมตนที่ผูผลิต
ซึ่งจะถูกผูบริโภคลําดับที่หนึ่งกิน เมื่อพิจารณาจากแผนภาพ สามารถสรุปไดวา สิ่งมีชีวิต A เปนผูผลิต

18. ตอบ ขอ 3. การเขียนพีระมิดถายทอดพลังงาน จะเขียนโดยใหผูผลิตอยูที่ฐาน แลวตอดวยผูบริโภคลําดับที่ 1 ผูบริโภค
ลําดับที่ 2 ตามลําดับ และที่ยอดของพีระมิดจะเปนผูบริโภคลําดับสุดทาย

19. ตอบ ขอ 4. หากปราศจากวฏัจักรนํา้ จะไมมฝีน ไมมคีวามชืน้ในอากาศ ซึง่หากไมมนีํา้ สิง่มชีวีติจะไมสามารถดํารงชวีติ
อยูได เนื่องจากนํ้าเปนปจจัยสําคัญในการดํารงชีวิตของสิ่งมีชีวิต เชน เปนอาหาร ที่อยูอาศัย เปนตน

20. ตอบ ขอ 4. ปจจัยที่มีผลตอการเปลี่ยนแปลงขนาดประชากร ไดแก อัตราการเกิด อัตราการตาย อัตราการอพยพเขา
และอัตราการอพยพออก

21. ตอบ ขอ 4. สิ่งแวดลอม หมายถึง สิ่งตางๆ ที่อยูรอบตัวเรา ประกอบดวยสิ่งมีชีวิตและสิ่งไมมีชีวิต อาจมองเห็นไดหรือ
มองไมเห็น และอาจเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติหรือเกิดจากการที่มนุษยสรางขึ้น

(21)

Page 39

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

แบ







โค



าร

รู

าก
าร

แบบประเมินคุณภาพการจัดทําโครงการ

ประเด็น
การประเมิน

ระดับคุณภาพ
ดีเยี่ยม (4) ด ี(3) พอใช (2) ปรับปรุง (1)

1.
การตั้งประเด็น

คําถาม

ตั้งประเด็นคําถามในเรื่อง

ที่สนใจไดดวยตนเอง

ขอบขายประเด็นคําถาม

ชัดเจน ครอบคลุมขอมูล

ที่เกี่ยวของกับตนเอง

เชื่อมโยงกับชุมชน

มีความแปลกใหมและ

สรางสรรค มีความเปน

ไปไดในการแสวงหาคําตอบ

ตั้งประเด็นคําถามในเรื่อง

ที่สนใจ โดยมีครูคอยชี้แนะ

ขอบขายประเด็นคําถาม

ชัดเจน ครอบคลุมขอมูล

ที่เกี่ยวของกับตนเอง

เชื่อมโยงกับชุมชน

มีความเปนไปไดในการ

แสวงหาคําตอบ

ตั้งประเด็นคําถามในเรื่อง

ที่สนใจ โดยมีีครูคอยชี้แนะ

ขอบขายประเด็นคําถาม

ชัดเจน แตยังไมครอบคลุม

ขอมูลที่เกี่ยวของกับตนเอง

เชื่อมโยงกับชุมชน

ใชคําถามที่ครูชี้แนะ

มากําหนดประเด็นคําถาม

2.
การสืบคนความรู

วางแผนสืบคนขอมูล

ชัดเจน และปฏิบัติได

ศึกษาคนควาหาความรูจาก

แหลงเรียนรูหลากหลาย

มีการบันทึกขอมูลที่

เหมาะสม

วางแผนสืบคนขอมูล

ชัดเจน และปฏิบัติได

ศึกษาคนควาหาความรู

จากแหลงเรียนรู

หลากหลาย

วางแผนสืบคนขอมูล

ชัดเจน และปฏิบัติได

ศึกษาคนควาหาความรู

จากแหลงเรียนรู

ไมหลากหลาย

ไมมีการวางแผนหรือมีการ

วางแผน แตไมสามารถ

นําไปปฏิบัติจริงได

ศึกษาคนควาหาความรู

จากแหลงเรียนรู

ไมหลากหลาย

3.
การสรุป

องคความรู

วิเคราะหขอมูลโดยใช

วิธีการที่เหมาะสม

สังเคราะหและสรุป

องคความรูไดอยางชัดเจน

มีการอภิปรายผลเชื่อมโยง

ความรูอยางสมเหตุสมผล

และนําองคความรูที่ไดไป

เสนอแนวคิดวิธีการ

แกปญหาอยางเปนระบบ

วิเคราะหขอมูลโดยใช

วิธีการที่เหมาะสม

สังเคราะหและสรุป

องคความรูไดอยางชัดเจน

มีการอภิปรายผลเชื่อมโยง

ความรู นําองคความรูที่ได

ไปเสนอแนวคิดวิธีการ

แกปญหาได แตยังไมเปน

ระบบ

วิเคราะหขอมูลโดยใช

วิธีการที่เหมาะสม

สังเคราะหและสรุป

องคความรูไดอยางชัดเจน

มีการอภิปรายผลเชื่อมโยง

ความรูยังไมชัดเจน

นําองคความรูที่ไดไปเสนอ

แนวคิดวิธีการแกปญหาได

แตยังไมเปนระบบ

ไมมีการวิเคราะหขอมูล

หรือวิเคราะหขอมูล

ไมถูกตอง สังเคราะหและ

สรุปองคความรูไดไมชัดเจน

ไมมีการนําองคความรู

ไปเสนอแนวคิดวิธีการ

แกปญหา

4.
การสื่อสาร

และการนําเสนอ

เรียบเรียงและถายทอด

ความคิดจากการศึกษา

คนควาไดอยางชัดเจน

เปนระบบ นําเสนอผลงาน

โดยใชสื่อที่หลากหลาย

อยางเหมาะสม

เรียบเรียงและถายทอด

ความคิดจากการศึกษา

คนควาไดอยางชัดเจน

เปนระบบ นําเสนอผลงาน

โดยใชสื่อที่ไมหลากหลาย

เรียบเรียงและถายทอด

ความคิดจากการศึกษาได

ไมคอยเปนระบบ

นําเสนอผลงานโดยใชสื่อ

ที่ไมหลากหลาย

เรียบเรียงและถายทอด

ความคิดจากการศึกษาได

ไมเปนระบบ นําเสนอ

ผลงานโดยไมใชสื่อประกอบ

5.
การนําความรูไปใช

และบริการ

สาธารณะ

นําความรูจากการศึกษา

คนควาไปประยุกตใช

ในกิจกรรมที่สรางสรรค

เปนประโยชนตอโรงเรียน

และชุมชน เผยแพรความรู

และประสบการณจากการ

ปฏิบัติผานสื่อหลากหลาย

รูปแบบ

นําความรูจากการศึกษา

คนควาไปประยุกตใชใน

กิจกรรมที่สรางสรรคเปน

ประโยชนตอโรงเรียน

และชุมชน เผยแพรความรู

และประสบการณจากการ

ปฏิบัติผานสื่อรูปแบบใด

รูปแบบหนึ�ง

นําความรูจากการศึกษา

คนควาไปประยุกตใชใน

กิจกรรมที่สรางสรรค

ที่เปนประโยชนตอโรงเรียน

และเผยแพรความรู

และประสบการณจากการ

ปฏิบัติผานสื่อรูปแบบใด

รูปแบบหนึ�ง

ไมไดนําความรูจากการ

ศึกษาคนควาไปประยุกต

ใชในกิจกรรมที่สรางสรรค

ที่เปนประโยชน

(39)

Page 40

โครงการวัดและประเมินผลโครงการวัดและประเมินผล

แบ







โค



าร


รู


าก
าร

เกณฑการพิจารณาใหคะแนน
พฤติกรรม คะแนน
พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและสมํ่าเสมอ 3 คะแนน

พฤติกรรมที่ปฏิบัติชัดเจนและบอยครั้ง 2 คะแนน

พฤติกรรมที่ปฏิบัติบางครั้ง 1 คะแนน

ลงชื่อ… … … … … … … … … … … … … … … .ผูประเมิน

… … … … … /… … … … … /… … … … …

คําชี้แจง : ใหผูสอนสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวางการปฏิบัติกิจกรรม แลวขีด ✓ลงในชองวางที่ตรงกับระดับคะแนน

ทักษะแหง
ศตวรรษที่ 21

รายการประเมิน
ระดับคะแนน

3 2 1

1.
ทักษะการเรียนรู

และพัฒนา
ตนเอง

1.1 ความสามารถในการอาน
• สรุปจับใจความสําคัญของขอมูลที่อานไดครบถวน ตรงประเด็น

1.2 ความสามารถในการคิดวิเคราะห
• คิดอยางมีระบบ โดยใชแหลงขอมูลและสรุปประเด็นสําคัญได

• วิเคราะหขอมูล จําแนกขอมูล และแสดงการคิดเพื่อคนหาคําตอบ

1.3 ความสามารถในการเขียน
• เขียนสื่อความหมายไดชัดเจน ถูกตอง

• เขียนถูกตองตามรูปแบบการเขียน และสรุปองคความรูอยางมีขั้นตอน

2.
ทักษะชีวิต

และการทํางาน

2.1 ความยืดหยุน และการปรับตัว
• ปรับตัวเขากับบทบาทที่แตกตาง งานที่ไดรับมอบหมาย กําหนดการที่เปลี่ยนไป

• นําผลลัพธที่เกิดขึ้นมาใชประโยชนไดอยางไดผล

2.2 การริเริม และเปนตัวของตัวเอง
• กําหนดเปาหมายโดยมีเกณฑความสําเร็จที่จับตองได และที่จับตองไมได

• ใชเวลา และจัดการภาระงานอยางมีประสิทธิภาพ

• ทํางานสําเร็จไดดวยตนเอง โดยกําหนดงาน ติดตามผลงาน และลําดับความสําคัญของงาน

2.3 ทักษะทางสังคม และความเขาใจความตางทางวัฒนธรรม
• เคารพความแตกตางทางวัฒนธรรม และการทํางานรวมกับคนที่มีพื้นฐานแตกตางกันได

2.4 เปนผูผลิตและผูรับผิดชอบตอผลงาน
• กําหนดเปาหมาย ลําดับความสําคัญ และทําใหบรรลุเปาหมายนั้น แมจะมีอุปสรรค

• ทํางานอยางมีจริยธรรมและดวยทาทีเชิงบวก รวมถึงเคารพและเห็นคุณคาของความแตกตาง

2.5 ภาวะผูนําและความรับผิดชอบ
• ใชทักษะมนุษยสัมพันธและทักษะแกปญหาในการชักนําผูอื่นไปสูเปาหมาย

• ดําเนินการอยางมีความรับผิดชอบโดยถือประโยชนสวนรวมเปนที่ตั้ง

3.
ทักษะการเรียนรู
และนวัตกรรม

3.1 ความคิดสรางสรรคและนวัตกรรม
• คิดอยางเปนเหตุเปนผลหลายแบบ รวมถึงวิเคราะหเปรียบเทียบและประเมินความเห็นหลักๆ

• สังเคราะหและเชื่อมโยงระหวางสารสนเทศกับขอโตแยง

3.2 การคิดอยางมีวิจารณญาณและการแกปญหา
• เรียบเรียงความคิดและมุมมองไดเปนอยางดี สื่อสารออกมาใหเขาใจงายและหลายแบบ

• แสดงความรับผิดชอบในงานที่ตองทํางานเปนทีม และเห็นคุณคาของบทบาทของผูรวมทีม

3.3 การสือสารและความรวมมือ
• สรางมุมมองแปลกใหม ทั้งที่เปนการปรับปรุงเล็กนอยจากของเดิม หรือที่แหวกแนวโดยสิ้นเชิง

• เปดใจรบัและตอบสนองตอมมุมองใหมๆ รวมท้ังการประเมินผลงานจากกลุม เพ่ือนําไปปรับปรุง

• ลงมือปฏิบัติตามความคิดสรางสรรคเพื่อนําไปสูผลสําเร็จที่เปนรูปธรรม

4.
ทักษะดาน

สารสนเทศ สื่อ
และเทคโนโลยี

4.1 ดานสารสนเทศ
• เขาถึง ใช และประเมินสารสนเทศอยางมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ครบถวน และรูเทาทัน

4.2 ดานเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
• ใชเทคโนโลยีเพื่อวิจัย จัดระบบ ประเมิน และสื่อสารสนเทศ

• ใชเครื่องมือสื่อสารอยางถูกตองเหมาะสม เพื่อทําหนาที่ในฐานความรู





แบบประเมินทักษะแหงศตวรรษที่ 21

(40)

Similer Documents